POTONG : จากร้านขายยา “โพทง” สู่ประสบการณ์อาหาร “ไทย-จีน” ห้าสัมผัส @ เยาวราช

 

รีวิว: POTONG

ประเภทอาหาร: Progressive Thai-Chinese Cuisine

 

POTONG หรือ “โพทง” คือ ร้านอาหารแนว Progressive Thai-Chinese Cuisine แห่งใหม่ล่าสุดโดยฝีมือของ “เชฟแพม” หนึ่งในเชฟหญิงที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทยจากทั้งร้านอาหาร The Table by Chef Pam และการเป็นกรรมการรายการ Top Chef Thailand ที่ล่าสุดเธอได้ตัดสินใจเนรมิต “ร้านขายยาโพทง” ที่เป็นธุรกิจครอบครัวให้กลายมาเป็นห้องอาหาร fine dining สุดสร้างสรรค์ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนจีนในประเทศไทยแต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอาหารสมัยใหม่จนได้ออกมาเป็น Chef’s Tasting Menu (4,500++ THB) ที่นำเสนอเมนูอาหารไทย-จีนแบบสมัยใหม่กว่า 20 คอร์สที่พร้อมท้าทายประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของคนชิม

[รีวิว] หลังจากที่ต้องกักตัวอยู่บ้านจากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยมานาน การได้ออกมาเปิดประสบการณ์อาหารมื้อแรกๆหลังเปิดเมืองกรุงเทพที่ POTONG นั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ “ดีงาม” เหลือเกิน เชฟแพมและทีมงานของ POTONG ใส่ใจในทุกรายละเอียดของร้านจริงๆ ตั้งแต่ บรรยากาศร้าน การบริการ ไปจนถึงเมนูอาหารที่ทุกจานล้วนแฝงเสน่ห์ของอาหารจีนที่คนไทยรู้จักแต่ก็มีลูกเล่นที่แปลกใหม่ชวนให้ทั้งอร่อยและสนุกในทุกๆคอร์ส โดยถึงแม้ว่าอาหารทุกจานของ POTONG จะไม่ได้อร่อยโลกแตก แต่ผมก็ “enjoy” กับประสบการณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้มากจริงๆครับ แนะนำให้ทุกคนมาลิ้มลองกันได้เลย !!

 

Panasm’s rating : ★★★★★★

value for money : $$$$$

 

 

1st course : encapsulated kombucha [14/20] – ไวท์ช็อกโกแลตรูปผลส้มที่ห่อหุ่มน้ำชาคอมบุฉะรสชาติเข้มข้นสำหรับใช้ต้อนรับแขก ถือเป็นเมนูที่สวยงาม น่ารักและเรียกน้ำย่อยได้ดีเยี่ยม

 

2nd course : lamb jam / trilogy gels / white tea and kombu broth [16/20] – ซาลาเปาหมูแดงในรูปแบบแปลกใหม่ที่เปลี่ยนจากหมูเป็นเนื้อแกะและเปลี่ยนจากแป้งซาลาเปาเป็นแป้งซีอิ๊วกรอบเสิร์ฟคู่กับน้ำซุปที่รวบรวมความเข้มข้นของวัตถุดิบจากเยาวราช

 

3rd course : corn / white pepper [14/20] – ขนมแป้งข้าวโพดกรุบกรอบที่ผสมพริกไทยขาวรสเผ็ดร้อนเสิร์ฟพร้อมกับกลิ่นหอมของฟางข้าวโพดเผาและชาข้าวโพดสมุนไพรจีน เมนูนี้ให้อารมณ์ย้อนวัยเด็กทานขนมถุงกรุบกรอบ

 

4th course : corn koji mousse / sunflower truffle vinaigrette / brown butter tuille [16/20] – มูสข้าวโพดเนื้อหวานละมุนที่เติมความหอมด้วยน้ำมันทรัฟเฟิลและเมล็ดทานตะวันเสิร์ฟพร้อมกับเนยน้ำตาลกรอบ

 

5th course : duck toungue curry / kaffir lime [14/20] – ลิ้นเป็ดซูวีด์จนนุ่มละลายในปากเสิร์ฟพร้อมกับซอสแกงจีนและมะกรูด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าจะแปลกใหม่มากสำหรับใครหลายๆคน ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกชอบการรับประทานลิ้นเป็ดซักเท่าไหร่แต่ก็สัมผัสได้ถึงความว้าวครับ

 

6th course : bamboo wrapped frog mousseline / chinese roots broth / pennywort [15/20] – ติ่มซำเยื่อไผ่ห่อเนื้อกบเสิร์ฟในน้ำซุปแบบจีนรสนุ่มละมุนกลมกล่อมหอมอบอวลเคียงคู่กับผักทอดกรอบ

 

7th course : squid egg / white sesame / black garlic / chinese olives crumble [15/20] – ไข่ปลาหมึกเนื้อเด้งนุ่มหนึบเสิร์ฟกับซอสงาขาวและกระเทียมสีดำในรูปแบบหยินหยางที่รสชาติเข้มข้นมาก

 

8th course : sea cucumber / spicy crab / roselle / sago caviar [15/20] – ปลิงทะเลสอดไส้เนื้อปูม้าหวานฉ่ำห่อด้วยแรดิชดองรสเปรี้ยวและกระเจี๊ยบแดงโรยหน้าด้วยเม็ดสาคูคาเวียร์จัดจานมาได้อย่างสวยงาม ส่วนรสชาติก็จี๊ดจ๊าดระเบิดในปากไปเลย

 

9th course : black chicken / black rice / black vinegar [16/20] – เนื้อไก่ดำที่ถูกนำมาทำให้เป็น “พระเอก” ในมื้ออาหารนี้อย่างพิถีพิถันทั้งในส่วนของขา อกและหัวใจเสิร์ฟคู่กับข้าวดำหุงในกระเพาะหมูกับเปลือกส้มที่เอจมานานกว่า 3 ปี ถือเป็นเมนูที่ไม่น่าจะหาทานได้ที่ไหนอีกแล้วและไม่น่าเชื่อว่าไก่ดำที่แทบจะไม่มีเนื้อเลยจะทำออกมาได้น่าตื่นเต้นขนาดนี้

 

10th course : pink guava [14/20] – ซอร์เบต์ฝรั่งกิมจูสีชมพูรสหวานสดชื่นสำหรับล้างปาก

 

11th course : raw squid noodles /crispy pork / potong XOXO [14/20] – เส้นก๋วยเตี๋ยวจากเนื้อปลาหมึกเสิร์ฟคู่กับหมูกรอบในซอสเอ็กซ์โอสูตรเด็ดจากหอยเชลล์แห้ง เมนูนี้ดีงามมากยกเว้นตัวหมูกรอบที่หนังไม่ค่อยกรอบเท่าไหร่

 

12th course : catch of the day / green mala jiang / fermented bok choy [15/20] – เนื้อกั้งทะเลส้งตรงมาจากภาคใต้ทุกเช้าเสิร์ฟกับซอสหมาล่าเจียงรสเผ็ดกลมกล่อมเคียงคู่กับผักบ็อกชอยดองและสาหร่ายพวงองุ่น ความผิดเดียวของเมนูนี้คงเป็นตัวกั้งที่ให้มาน้อยไปหน่อย อิอิ

 

13th course : family dinner / hay aged duck / 8-spice beef ribs [18/20] – เมนูเมนคอร์สสุดตระการตาที่ประกอบไปด้วยอกเป็ดดราจเอจกับฟางข้าวนาน 14 วันจนเนื้อนุ่มแต่นั่งกรอบกรุบและเนื้อออสเตรเลียนแองกัสส่วนซี่โครงที่ย่างบาร์บีคิวมาได้อย่างกลมกล่อม ทานคู่กับเครื่องเคียงหลากชนิดและข้าวสวยร้อนๆ เมนูนี้ถือเป็นทีเด็ดของร้าน POTONG ที่อร่อยจนอยากกลับมาทานอีกหลายๆรอบเลยครับ !!

 

14th course : frozen plum cotton candy [15/20] – สายไหมบ๊วยเสิร์ฟแบบเย็นจัดกับผงบ๊วยรสเปรี้ยวที่ใช้ล้างปากได้ดีงามมาก

 

15th course : black soy ice cream / spices [17/20] – เมนูขนมหวานจานเด็ดที่อร่อยไม่แพ้ของคาวอย่างไอศกรีมซีอิ๊วดำรสหวานหอมติดเค็มนิดๆเสิร์ฟคู่กับน้ำตาลกรอบสอดไส้ช็อกโกแลตผสมกับเครื่องเทศแบบจีนหลากชนิด ทั้งหอม ทั้งเผ็ด ทั้งซู่ซ่า ถือเป็นขนมหวานที่ทุกคนจะต้องไม่ลืมครับ

 

16th-20th course : yaowarat snacks / chestnut / potong bite / opium tube / gold sesame ball / salted egg salapao [15/20] – เซ็ตขนมหวานคำเล็กที่ POTONG จำลองทีเด็ดของเยาวราชมาให้รับประทานกันแบบครบถ้วน ตั้งแต่ มูสเกาลัดเสิร์ฟมาในโคนเกาลัดที่ทำหน้าตาเหมือนกระดาษหนังสือพิมพ์ ขนมกรอบไส้ลำไยที่ทำรูปแบบออกมาเป็นเหมือนโลโก้ของร้านขายยาโพทง ขนมงาทอดสีทองคำสอดไส้สามเกลอ ขนมช็อกโกแลตโกโก้นิปรูปทรงเหมือนซิก้าและมูสที่ทำเลียนแบบซาลาเปาไส้ไข่เค็มลาวาสุดน่ารัก ทุกอย่างสวยงามและอร่อย เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างประทับใจจริงๆ

 

ที่ตั้ง: 422 ถนน วาณิช 1 เขตสัมพันธวงศ์

เวลาเปิดให้บริการ: 11:00 – 14:00 || 16:30 – 20:00 (เฉพาะสถานการณ์ปัจจุบัน)

เบอร์ติดต่อ: 082-979-3950

Website: https://www.restaurantpotong.com/

Facebook page: https://www.facebook.com/restaurant.potong/



 

เพื่อนๆสามารถติดตาม Panasm.com เพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Instagram และ Twitter
(ผมเคยมีผลงานรีวิวในเว็ปบอร์ดของ Pantip และ Wongnai)

 

punksood

View Comments

Recent Posts