News Ticker

The Fat Duck : ประสบการณ์อาหารในรูปแบบ Molecular Gastronomy ระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว @ Bray, UK

 

รีวิว: The Fat Duck

ประเภทอาหาร: Innovative Modern British

รางวัล: 3 Michelin Stars (ปี 2018)

 

และแล้ว มื้ออาหารที่ผมตั้งตาตั้งใจตั้งกระเป๋าตังค์รอมาตลอดระยะเวลาเกือบๆ 1 ปีตั้งแต่มาเรียนที่ลอนดอนก็มาถึงแล้วครับ !!!

The Fat Duck คือ ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นบริติชโดยฝีมือของเชฟอัจฉริยะ Heston Blumenthal ที่ผนวกเอาศาสตร์ในการปรุงอาหารสไตล์วิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Molecular Gastronomy มาผสมผสานกับการเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจมานำเสนอเป็น “ประสบการณ์” ในการทานอาหารที่ไม่มีใครเหมือนจนสามารถคว้าดาวมิชลินสตาร์ระดับสูงสุดทั้งหมด 3 ดาวได้นานกว่า 15 ปี !! และถือเป็นเพียงหนึ่งใน 5 ร้านอาหารในประเทศอังกฤษที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 3 ดาว (นอกจากนั้น The Fat Duck ยังเคยคว้าตำแหน่งร้านอาหารอันดับ 1 ของโลกจาก World’s 50 Best Restaurants มาได้ในปี 2005)

ประสบการณ์ของ The Fat Duck นั้น ผมขอเริ่มต้นจากการ “จองโต๊ะ” ที่เรียกได้ว่าต้องจองกันมาเนิ่นนานมากถ้าอยากได้โต๊ะในวันเวลาที่ต้องการ (ส่วนคนที่อยู่ในอังกฤษอยู่แล้วจะได้เปรียบตรงที่สามารถรอโต๊ะหลุดจองได้ อิอิ) จากนั้นเมื่อวันนั้นมาถึง พวกเราก็จะต้อง “เดินทาง” นั่งรถไฟต่อแท็กซี่จากลอนดอนไปยังเมือง Bray ประมาณ 1 ชั่วโมง !! (อื้อหือ ทำไมการมาทานอาหารมันช่างยากลำบากขนาดนี้) และในที่สุด เราก็จะเดินทางมาถึงร้านอาหารอันดับต้นๆของโลกที่ตั้งอยู่ในอาคารทรงโบราณครับ

มื้ออาหารที่ The Fat Duck นั้นจะมีเพียงเมนูเซ็ตเดียวที่มีชื่อว่า “The Itinerary” หรือ “ทริปการเดินทาง” ในราคา 325+ GBP (รวมค่าน้ำแล้วก็ประมาณ 16,000 บาท…) ที่ประกอบไปด้วย 7 “Chapter” หรือ “บท” ที่ไม่แตกต่างจากนิยายสนุกเรื่องหนึ่งเลย โดย “เนื้อเรื่อง” ของมื้ออาหารอันแสนพิเศษนี้นั้นคือการเดินทางเพื่อพักผ่อนแบบ one day trip ที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่การตื่นนอนตอนเช้า การเดินทางไปถึงที่พัก การออกไปเที่ยวเล่นในทะเล การเดินเล่นในป่า การรับประทานอาหารเย็นแบบ 3 คอร์สที่ห้องอาหารหรูและปิดท้ายด้วย “การนอน” ที่รวมๆแล้วแต่ละบทนั้นจะมีอาหารตั้งแต่ 1 ถึง 4 คอร์สย่อยและใช้เวลารับประทานทั้งหมดเกือบๆ 5 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว !!!

ก่อนที่จะไปดูอาหารกันต่อด้านล่าง ผมขอสรุปสั้นๆถึงความประทับใจของร้าน The Fat Duck ที่ผมได้รับก่อนครับ เริ่มต้นจากอาหารก่อน ตัวอาหารส่วนใหญ่นั้นจะมีลักษณะเด่นมากคือ “ความแปลกประหลาด” ที่ดัน “ทะลึ่งอร่อย” ซึ่งสามารถสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับผมได้เป็นอย่างดีทีเดียวและเมนูอาหารแต่ละจานยังถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องราวได้อย่างน่ารักดีจริงๆ (แต่ก็มีบางจานที่รสชาติแปลกเกินไปหรือธรรมดาเกินไปครับ) ถัดมา การบริการของพนักงานที่เรียกตัวเองว่า “the storyteller” หรือ “นักเล่าเรื่อง” นั้นก็ถือว่าดีเยี่ยมมากๆครับ (ที่ประทับใจที่สุดคือ ผมอยากทานเมนูของหวานที่ดังมากๆแต่ดันถูกเปลี่ยนเมนูไปแล้ว ทางพนักงานและเชฟก็ยอมที่จะทำให้ผมเป็นกรณีพิเศษ แถมปริ้นต์เมนูมาให้ผมใหม่ด้วย !!) ปิดท้ายด้วย บรรยากาศร้านที่เรียกว่าแอบน่าผิดหวังนิดๆเพราะมันดูไม่ค่อยเหมาะสมกับดาวมิชลินสตาร์ 3 ดวงและราคาที่จ่ายไปแบบโคตรแพงซักเท่าไหร่  แต่โดยรวมก็ถือว่าประทับใจมากๆครับ (แต่ก็รู้สึกว่ามันน่าจะขายในราคาที่ต่ำกว่านี้ได้นะ…)

 

Panasm’s score : [, $$$$$]

 

 

Chapter 1. The Day Before We Go: Are we nearly there yet?

1st course: A CHANGE-OF-AIR – เมนูสำหรับกระตุ้นความตื้นเต้นของมื้ออาหารนี้ที่ประกอบไปด้วย “ค็อกเทลว้อดก้าแบบกรอบ” ที่ปรุงด้วยไนโตรเจนเหลวและ “มาการองบีทรูท” เนื้อเบาที่สอดไส้ด้วยครีมที่รสชาติซับซ้อนยอดเยี่ยมมากๆ

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

 

2nd course: JUST THE TONIC WE NEED – เมนูสลัดสมุนไพรสีเขียวสดใสโรยหน้าด้วยไอศกรีมอาร์ติโชกที่เลียนแบบเมนูโทนิคสมุนไพรที่ชาวอังกฤษชอบรับดื่ม

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

 

Chapter 2. Morning: Rise and shine, it’s breakfast time

3rd course: EXCUSE ME, MY COFFEE SEEMS TO BE COLD… AND HOT – กาแฟสองอุณหภูมิที่ด้านหนึ่งของแก้วจะอุ่นๆและอีกด้านหนึ่งของแก้วจะเย็นๆ แปลกดีครับ

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpgstar_grey.jpg (8/10)

 

4th course: WHY DO I HAVE TO CHOOSE BETWEEN a VARIETY PACK and a COOKED BREAKFAST – เซ็ตเมนูอาหารเช้าที่ไม่ธรรมดาอันประกอบไปด้วยซีเรียลรสแปลกๆอย่างเห็ดและไส้กรอกที่ทานคู่กับพุดดิ้งเจลลี่มะเขือเทศและครีมเบค่อนซึ่งเข้ากันได้ดีมากๆและรสชาติแปลกใหม่มากๆ พร้อมด้วยเมนูขนมปังเนื้อเนียนนุ่มหนึบหนับที่เสิร์ฟคู่กับเนยเนื้อนุ่มและแยมมะเขือเทศผสมกาแฟ

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

 

Chapter 3. Mid-morning: First one to see the sea…

5th course: SOUND of the SEA – เนื้อปลาฮามาจิ แมคเคอเรลและหอยเป๋าฮื้อเสิร์ฟพร้อมกับมะนาวเม็ดกลม เม็ดทรายรสเค็มและโฟมทะเลที่ตอนทานจะต้อง “ฟังเสียงจากทะเล” ผ่านเปลือกหอยไปด้วยเพื่อสร้างบรรยากาศแบบทะเล๊ทะเล และรสชาติของจานนี้ก็ทะเลมากครับ หนักเค็มไปนิด แต่ก็อร่อยและแปลกดี ค็อนเส็ปต์เยี่ยมมาก

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpgstar_grey.jpg (8/10)

 

6th course: CAN I HAVE SOME MONEY FOR AN ICE CREAM – ไอศกรีมย้อนวัยที่รสชาติไม่เหมือนอย่างที่คิด อันประกอบไปด้วย ไอติมแท่งรูปจรวดรส “สลัดวอลดอร์ฟ” ไอติมทวิสเตอร์ที่จริงๆแล้วเป็นแซลม่อนรมควันกับครีมวาซาบิ ปิดท้ายด้วยซอฟท์ครีม “ปู” รสเข้มข้น

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpgstar_grey.jpg (8/10)

 

7th course: THEN WE WENT ROCKPOOLING – ซุปปูรสเข้มข้นกลมกล่อมและยอดเยี่ยมมากๆที่ประกอบไปด้วย ไวท์ช็อกโกแลตรูปปูหน้าตาน่ารัก ไข่ปลาเทราท์และไข่คาเวียร์รมควันและสาหร่ายทะเลเนื้อกรึบๆนานาชนิด มันยอดมากกกกกกกกก

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1 (10/10) – Panasm’s Recommended

 

Chapter 4. Afternoon: If you go down to the woods today…

8th course: DAMPLING THROUGH the BOROUGHGROVES – เมนูที่นำเอาความเป็น “ป่า” และ “ดิน” มารวมตัวกันไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบอันประกอบไปด้วยเห็ดนานาชนิด รสด่วนทอดกรอบ แจมบีทรูทและแบล็กเบอร์รี ที่หอมกลิ่นเห็ดแบบเต็มเปี่ยมจริงๆ ตอนเสิร์ฟนี่พนักงานจะเอาป่าจำลองมาตั้งกลางโต๊ะและทำการปล่อยควันหอมๆแบบพวยพุ่งไปด้วย

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpgstar_grey.jpgstar_grey.jpg (7/10)

 

9th course: WE DISCOVERED the MOCK TURTLE PICNIC – ปาร์ตี้น้ำชาสุดแสนประหลาดของ Mock Turtle สัตว์ในนิยาย Alice in Wonderland ที่ดัดแปลงจาก “ซุปวัว” ที่คนอังกฤษรับประทานแทน “ซุปเต่า” เมื่อในอดีตโดยนำมาเสิร์ฟในรูปแบบชาร้อนพร้อมด้วยแซนด์วิชรสเยี่ยม

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpgstar_grey.jpg (8/10)

 

Chapter 5. Evening: Are you ready for dinner?

10th course: Starter – Cuttlefish Cannelloni – ปลาหมึกกระดองห่อเนื้อปลาค้อดในซอสเนยถั่วลันเตาสีเขียวสดเสิร์ฟคู่กับเนื้อหมึกกระดองย่างหอมๆและหน่อไม้ฝรั่ง

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpgstar_grey.jpg (8/10)

 

11th course: Main Course – Fish of the Day – เนื้อปลาจอห์นดอรี่ในซอสเห็ดมอเรลล์และซอสกระเทียมป่ารสเข้มข้นที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี แถมด้วยเนื้อปลาค้อดผสมมันบดทอดกรอบที่อร่อยมากๆๆๆๆ

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

 

12 course: Dessert – Botrytis Cinerea – เมนูของหวานที่ว่ากันว่า “ซับซ้อนที่สุดในโลก” ที่ The Fat Duck ได้จำลองรสชาติของ “องุ่นขึ้นรา Botrytis cinerea” ที่ถือเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดสำหรับการทำไวน์ที่ประกอบไปด้วยเจลลี่ ไอศกรีม ซอส ครีมเบิลและช็อกโกแลตที่มีรสชาติและรสสัมผัสที่หลากหลายแต่เข้ามาผสมกันได้อย่างลงตัวมากๆ ถือเป็นไฮไลต์อันดับหนึ่งของ The Fat Duck เลยครับ

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1 (10/10) – Panasm’s Recommended

 

13th course: Digestif – เจลลี่วิสกี้ทั้งหมด 5 รสชาติจากสก็อตแลนด์และอเมริกาที่ทำรสชาติออกมาได้เข้มข้นราวกับว่าเรากำลังจิบวิสกี้ดีๆอยู่เลย

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

 

Chapter 6. Bedtime: Off to the Land of Nod

14th course: COUNTING SHEEP – เมนูสีขาวโพลนสำหรับก่อนนอนที่ประกอบไปด้วย “มาการองมอลต์” เนื้อเบาเสิร์ฟบนหมอนลอยฟ้าและ “ของหวานสีขาว” ที่ประกอบไปด้วยไอศกรีม เมอแรงค์และโมจิสอดไส้พิสตาชิโอ้ มันดีมากๆ

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpg (9/10)

 

Chapter 7. And then to dream…

15th course: LIKE a KID in a SWEETSHOP – คอร์สสุดท้ายที่พาเราย้อนเวลากลับไปยัง “ร้านขนม” ที่ประกอบไปด้วย ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลเนื้อเบาเหมือนอากาศ นูเกต์สต็อกเนื้อวากิวเคลือบช็อกโกแลต คาราเมลทอฟฟี่ที่ทานได้ทั้งเปลือกและไวทช็อกโกแลตรูปไผ่ควีนโพว์แดง

star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_yellow-1star_grey.jpgstar_grey.jpg (8/10)

 

ที่ตั้ง: High St, Bray SL6 2AQ (นั่งรถไฟจาก Paddington มาลงที่สถานี Maidenhead)

เวลาเปิดให้บริการ: 12:00-13:15 // 19:00-20:15 (เฉพาะเวลาสำหรับจองโต๊ะ)

เบอร์ติดต่อ: 01628 580333

Websitehttp://www.thefatduck.co.uk/

Facebookhttps://www.facebook.com/The-Fat-Duck-58894876847/

 

 

<<< Michelin-starred Restaurant Reviews : รวมรีวิวสุดยอดร้านอาหารเจ้าของดาวมิชลินสตาร์ [CLICK] >>>

 

<<< Restaurant Reviews in UK : รวมรีวิวร้านอาหารในลอนดอนและทั่วสหราชอาณาจักร [CLICK] >>>

 

เพื่อนๆสามารถติดตามอีกเว็ปไซต์ของผม “Yummy Gallery” เพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Instagram และ Twitter
(ผมเคยมีผลงานรีวิวในเว็ปบอร์ดของ Pantip และ Wongnai)

 

2 Comments on The Fat Duck : ประสบการณ์อาหารในรูปแบบ Molecular Gastronomy ระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว @ Bray, UK

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*